หนุ่มเพี้ยนขว้างระเบิดเพลิงใส่โรงพักเมืองสมุทรปราการถูกตะครุบทันควัน

เวลา 20.30 น.วันที่ 2 พฤศจิกายน  2560 ขณะที่ ร.ต.อ.วิโรจน์ มูลมานัส รองสารวัตรสอบสวน  สภ.เมืองสมุทรปราการ กำลังปฏิบัติหน้าที่บนสถานี  ได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าด้านหน้าสถานี สภ.เมืองสมุทรปราการ จึงได้รีบออกมาดู พบเพลิงกำลังลุกไหม้ขึ้นที่บริเวณหน้าสถานีใกล้กับประตูทางเข้า ซึ่งมีถังใส่ขยะและกระเป๋าเสื้อผ้าของประชาชนเร่ร่อน ที่มานอนพักอาศัยอยู่ที่หน้าสถานี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฎิบัติหน้าอยู่ได้ช่วยกันนำถังเคมีดับเพลิงมาช่วยกันฉีดพ่นเพื่อดับเปลวไฟ ใช้เวลาในการฉีดสกัดเพลิงอยู่ประมาณ นาทีเพลิงจึงสงบ

    หลังเพลิงสงบพบประตูกระจกทางเข้าสถานีตำรวจได้รับความเสียหายกระจกแตก และมีเศษขวดแตกกระจายเกลื่อนพื้นมีกลิ่นน้ำมันเบนซินเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ   ขณะเจ้าหน้าที่กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่กับการตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุ นาย รชานนท์ คงชัยยะ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนและพวกรวม นาย  ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ที่หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานีตำรวจ  ได้ช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ และนำตัวชายผู้ก่อเหตุมาส่งตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งชายผู้ก่อเหตุมีท่าทางคล้ายคนวิกลจริต ทราบชื่อต่อมาชื่อ นายสุทธินันท์  ฟุ้งสายชล อายุ 39 ปี พร้อมรถจักรยานสองล้อปั่นสีชมพูที่ใช้ปั่นขณะก่อเหตุและหลบหนี มาส่งตัวให้ตำรวจเพื่อนำตัวไปสอบสวน

ต่อมาหลังเกิดเหตุ นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบก. พ.ต.อ.ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับรายงานได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และร่วมสอบปากคำผู้ต้องหา โดยไม่อนุญาตสื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ โดยใช้เวลาสอบสวนนานกว่า  1 ชั่วโมง ก่อนที่นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ จะออกมาเปิดเผยว่า จากการสอบถามกับมารดาของผู้ก่อเหตุ ได้ทราบว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน นายสุทธินันท์ ผู้ก่อเหตุเคยประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ จนทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง หลังรักษาจนหายก็ได้ไปสมัครงาน แต่ก็ไม่มีที่ไหนก็รับเข้าทำงาน ก่อนหน้านี้เมื่อ 3 ปีผู้ก่อเหตุชอบนั่งพูดอยู่คนเดียวอยู่เสมอแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะไปทำร้ายใคร และก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้เอะอะโวยวายว่าได้ยินเสียงแว่วในหูว่ามีคนมาสั่งให้เอาก้อนหินไปปาหน้าสถานีตำรวจ หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ปั่นจักรยานออกจากบ้านพักซึ่งอยู่ภายในซอยยูลิ ซึ่งห่างจากสถานีตำรวจประมาณ 1 กม. และไปซื้อน้ำมันเบนซินจากปั๊มปากซอยใส่ขวดแก้วมาจำนวน ขวด แต่ตนก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรถามเท่าไรก็ไม่พูด จนกระทั่งมารับแจ้งว่าลูกชายตนไปก่อเหตุดังกล่าว

ด้านนายรชานนท์ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน ได้เล่าว่า ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่หน้าจวนผู้ว่าราช ฯ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงพักที่เกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้นจึงได้หันไปดู ได้พบชายคนดังกล่าวกำลังใช้ไฟแช็ค จุดไฟเศษผ้าที่อีกปลายหนึ่งยัดอยู่ในขวดแก้วซึ่งมีน้ำมันอยู่ภายในก่อนขว้างขวดดังกล่าวเข้าไปที่หน้าสถานีตำรวจและเกิดระเบิดขึ้นอีก ครั้ง ตนและเพื่อนอาสาสมัครรักษาดินแดนจึงรีบวิ่งข้ามมาถนนมาล๊อกตัวชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้  ขณะยืนเก็บของใส่เป้สะพายหลัง เตรียมปั่นจักรหลบหนี ในมือมียังถือไฟแช็คอยู่ อัน  ก่อนคุมตัวมาส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายรชานนท์ เอาไว้ก่อนประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิให้นำตัวนายรชานนท์  ไปตรวจสภาพจิตและอาการทางสมองที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจสอบสภาพจิตและประเมินว่าขณะก่อเหตุอยู่ในสภาพปกติหรือไม่อย่างไร.