หลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังเหลืออยู่

หลุมหลบระเบิด หัวลำโพง ปัจจุบันคือรูปปั้นช้างเอราวัณ บริเวณสวนหย่อมและน้ำพุ

ในอดีตพื้นที่ต่างๆในกรุงเทพฯบางแห่งเคยเป็นหลุมหลบภัยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาก่อน ซึ่งหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันและถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอนุสรณ์ให้ย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น แต่บางส่วนก็ถูกแปรเปลี่ยนสภาพจนเลือนหาย และถูกลืมไปตามกาลเวลา

สงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สงครามมหาเอเชียบูรพา” เกิดขึ้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 8 โดยมีจอมพล ป. พิบูล สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเริ่มสงครามนั้นไทยประกาศตนเป็นกลาง แต่ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นนำเรือรบบุกขึ้นชายทะเลภาคใต้ของไทยโดยไม่ทันรู้ตัว จนรัฐบาลไทยต้องยอมให้ญี่ปุ่นใช้ประเทศไทยเป็นฐานที่มั่น และเป็นทางผ่านในการเดินทัพไปยึดครองพม่าและอินเดียที่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ

รัฐบาลไทยได้ประกาศสงครามต่อฝ่ายพันธมิตร ส่งผลให้กรุงเทพฯ เป็นเป้าหมายการโจมตีทิ้งระเบิดตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่างๆของกองทัพญี่ปุ่น ทำให้ช่วงเวลานั้นรัฐบาลได้ออกคู่มือการป้องกันภัยทางอากาศให้กับประชาชน และได้แนะนำให้เตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และได้สร้างหลุมหลบภัยสาธารณะตามสถานที่ต่างๆขึ้นมาเพื่อใช้หลบระเบิดในครั้งนั้น ได้แก่ (เท่าที่สืบค้นได้)
– บริเวณสะพานเจริญพาศน์
– หน้าโรงเรียนศึกษานารี
– หน้าสถานีรถไฟกรุงเทพฯ หัวลำโพง
– เกาะกลางถนนสิบสามห้าง บางลำภู
– สวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดิน
– หน้าประตูทางเข้าเอเชียทีค ซอย 1
– มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
– กองบัญชาการตำรวจนครบาล วังปารุสกวัน
– บริเวณถนนสุรศักดิ์
– ถนนลาดหญ้า

การออกแบบหลุมหลบภัยเป็นไปตามมาตรการการป้องกันภัยทางอากาศที่จัดแยกหลุมหลบภัยออกเป็น 3 ประเภทคือ หลุมหลบภัยส่วนบุคคล หลุมหลบภัยตามที่ทำงาน โรงเรียน หรือสถานที่ราชการต่างๆ และหลุมหลบภัยในที่สาธารณะ

ลักษณะของหลุมหลบภัย จะมีประตูเตี้ยๆ 2 บานด้านในมีช่องระบายอากาศ จุได้ 30-50 คน คอนกรีตมีความแข็งแรง หนา ทนทานแรงระเบิด ด้านบนของหลุมหลบภัยจะมีพื้นที่ไว้หล่อดิน และยังเป็นตัวที่รองรับแรงระเบิดด้วย

เมื่อมีเครื่องบินข้าศึกบินเข้ามาโจมตีทิ้งระเบิด หน่วยระวังภัยของรัฐบาลจะส่งสัญญาณเตือนโดยการเปิดไซเรนเสียงก้องกังวานไปทั่วซึ่งชาวบ้านจะเรียกเสียงนี้ว่า เสียงหวอ เมื่อได้ยินเสียงหวอเตือนแล้ว ทุกคนจะรีบวิ่งไปยังหลุมหลบภัยเพื่อความปลอดภัย

ปัจจุบันหลุมหลบภัยที่กล่าวมาข้างต้น คงเหลืออยู่เพียงที่สวนสัตว์เขาดิน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และที่เอเชียทีคเท่านั้น โดยได้รับการปรับปรุงให้เป็นอนุสรณ์และสถานที่ท่องเที่ยว นอกนั้นถูกเปลี่ยนสภาพจนไม่เหลือเค้าเดิมหรือฝังกลบไปหมดแล้ว

 

หลุมหลบภัย เขาดิน ปัจจุบันถูกปรับปรุงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ภายในสวนสัตว์แห่งนี้