ร้านสะดุดลิ้นอัมพวา ซ.งามวงศ์วาน 45

“โอ…อัมพวานี่หนางามจริง ทุกสิ่งเป็นขวัญตา แม่บ้านแม่เรือนเพื่อนครองวิวาห์ อัมพวาสมบูรณ์…”

บทเพลง “สาวอัมพวา” ผลงานครูเพลง เอื้อ สุนทรสนาน ยังคงหวานซึ้งกินใจ ฟังทีไรรู้สึกอบอุ่น และรู้สึกหิวข้าวขึ้นมาทุกที เพราะฝีมือกับข้าวของสาวอัมพวานั้นไม่แพ้สาวที่ใดในเมืองไทย ใครได้ชิมรับประกันติดอกติดใจทุกรายไป ติดใจขนาดเอาไปแต่งเป็นเพลงร้องกันมายาวนานเกินครึ่งศตวรรษ เมื่อก่อนหากอยากจะรับประทานปลาทูหน้างอคอหัก น้ำพริกกะปิคลองโคน ผักชะครามลวกกะทิ ต้มส้มปลากระบอก ต้องขับรถไปไกลถึงแม่กลอง อัมพวา แต่ปัจจุบันนี้ไม่ต้องขับรถให้เมื่อยแล้วครับ เพราะเรายกครัวอัมพวามาไว้ที่กรุงเทพฯ ย่านพงษ์เพชรนี่เอง รับรองว่าอร่อยเหมือนไปกินถึงถิ่น สะดุดลิ้นแบบต้องยกนิ้วเลยครับ

ร้านที่ว่านี้ชื่อ “ครัวนัดดา สะดุดลิ้น อัมพวา” อยู่ในซอยงามวงศ์วาน 45 (ซอยเบนซ์) ก่อนถึงปั้มน้ำมันคาลเท็กซ์ หาไม่ยาก เข้าซอยไปนิดเดียวเลี้ยวขวา เล็งทางด้านซ้ายมือเอาไว้จะเห็นป้ายชื่อร้าน ‘สะดุดลิ้น อัมพวา’ ชัดเจน เลี้ยวเข้าไปเลย ที่จอดรถสะดวกสบายกว้างขวาง แต่ร้านนี้จะเปิดช่วงเย็น ตั้งแต่ 17.30 น. จนถึง 24.00 น. บรรยากาศนั่งสบายๆ สไตล์กันเอง มีดนตรีคาราโอเกะไว้ให้ร้องผ่อนคลายสไตล์เพลงเก่า ใครที่ชื่นชอบการร้องเพลงต้องไม่พลาด

มาคุยกันเรื่องเมนูอาหารพื้นถิ่นชาวแม่กลอง อัมพวา กันดีกว่า ที่นี่ยกครัวพื้นบ้านมาตั้งเอาไว้ให้คนกรุงได้ชืมกันถึงถิ่นทีเดียว แบบว่าคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศมาเสิร์ฟถึงหน้าตัก ไม่ว่าจะเป็นปูทะเลไข่เนื้อแน่นๆ ไข่สีส้มสวยเต็มกระดองสดๆ หอยหลอดผัดฉ่า ปลาดุกทะเลที่ไม่ใช่จะหารับประทานกันได้ง่ายๆ ที่นี่ก็มี โดยเฉพาะผักชะคราม ของดีพื้นถิ่นที่คนพื้นบ้านเมืองสามสมุทรต่างรู้จักกันดี กรรมวิธีกว่าจะเอามาปรุงเป็นเมนูรับประทานได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คนพื้นถิ่นเขาก็มีวิธีทำให้อร่อยได้แบบแยบยล ด้วยวิธีการต้มฟั่นเอาน้ำรสเค็มเฝื่อนออก เหลือแต่ความกรอบและรสชาติเฉพาะตัวที่ไม่ว่าใครได้ลิ้มลองก็ต้องยกนิ้ว โดยเฉพาะเมื่อรับประทานกับน้ำพริกกะปิ และปลาทูหน้างอคอหัก เอกลักษณ์ของเมืองแม่กลอง

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเมนูอีกหลากหลายให้เลือกรับประทาน ไม่ว่าจะเป็น ปลาทับทิมหรือปลากะพงทอดตะไคร้ ที่รับประทานได้ทั้งสมุนไพรที่โปะหน้ามา รสชาติปลาสดๆ หวานตามธรรมชาติ ผสานกับตะไคร้ที่ทอดและปรุงรสมาแบบกล่อมกล่อม ได้อารมณ์ความมันเหลือจะบรรยาย ตบท้ายด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านรับประทานแล้วเข้ากัน เมนูนี้รับประทานเป็นกับแกล้มก็ได้ทานกับข้าวก็เลิศ ต้องลองให้ได้

เมนูที่อยากแนะนำอีกหนึ่งเมนู นั่นคือ “ปลาหมึกผัดกะปิ” ปลาหมึกสดเนื้อขาวจั๊วะ เอามาผัดกับกะปิดีคลองโคน หอมฉุยมาจากในครัวทีเดียวเชียว เมนูนี้อร่อยแปลกลิ้นดี รับประกันว่าต้องชอบ
มาถึงที่นี่ต้องสั่งเมนูนี้ครับ “ปลาทูซาเตี้ยะ” เมนูนี้มีประวัติเกิดจากไต๋ก๋งเรือออกไปจับปลากลางทะเล อาหารการกินก็อัตคัดขัดสนเป็นธรรมดา บังเอิญว่าจับปลาทูได้เยอะ หันซ้ายหันขวาเจอแต่หอม กระเทียม พริกแห้ง ก็เลยจัดแจ้งโยนลงหม้อ ใส่ปลาทูลงไป ต้มออกมาได้กับข้าวหนึ่งอย่าง ไม่ว่าใครรับประทานแล้วก็บอกว่า อร่อยเลิศ จนต้องจดจำสูตรกันวุ่นวาย แรกก็เรียกขานว่า ‘ปลาทูต้มตาเตี้ยะ’ ตามชื่อเจ้าของสูตร จนขึ้นถึงแผ่นดินเรียกเพี้ยนไปมาจนกลายมาเป็นปลาทูซาเตี๊ยะ ให้คนบนแผ่นดินได้ชิมและถ่ายทอดสูตรกันมารุ่นต่อรุ่น คนพื้นถิ่นจะทำกินกันในครอบครัวเป็นประจำ เพราะเก็บได้หลายวัน ยิ่งเข้าเนื้อยิ่งอร่อย ใครยังไม่เคยชิมต้องมาชิมครับ ไม่ต้องไปไกล มาแค่พงษ์เพชรนี่ก็ได้รับประทานแล้ว

มาดูเมนูน้ำๆ ซดคล่องคอกันดีกว่า “ต้มส้มปลากระบอก” เมนูนี้คนยุคนี้คงไม่ค่อยได้ลิ้มรสกันซักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครอยากลองก็ต้องสั่งมาชิม ปลากระบอกที่นี่ส่งตรงมาจากแม่กลองเลยทีเดียว เอามาต้มในน้ำซุปต้มส้ม รสชาตออกเปรี้ยวนำหวานตาม หอมเครื่องเทศที่ใส่เป็นเครื่องแกงทั้งกะปิดีจากคลองโคน หอมแดง พริกไทย ซดแล้วชื่นใจโล่งคอดีจริงๆ ใครไม่เคยชิมพลาดไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายเมนูให้เลือกชิม อาทิ แกงส้มชะครามกุ้งสด ข้าวผัดปูหอมกรุ่น ยำชะครามกรอบ และที่ห้ามพลาดเด็ดขาดนั่นก็คือ ‘ปลาหมอเทศแดดเดียว’ เมนูนี้ทีเด็ด หากินไม่ได้ง่ายๆ ไม่ต้องไปไกลถึงแม่กลอง ปลาหมอเทศไม่ใช่ปลาหมอไทย และไม่ใช่ปลานิล แต่เป็นปลาพื้นถิ่นสองน้ำ อาศัยอยู่ในน้ำกร่อย เนื้อมีกลิ่นหอมและมัน รับประทานกับน้ำพริกกะปิ รับรองว่าต้องร้องขออีกหลายจาน

ร้านตั้งอยู่ในซอยงามวงศ์วาน 45 แยกขวามือ ติดกับศินีแมนชั่น ไปไม่ถูกโทรสอบถามเส้นทางหรือสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 08-1622-5097, 08-6305-8621